การเทคอนกรีต  
   
การเตรียมเทคอนกรีต 

    สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเทคอนกรีต มีดังนี้

1.ตรวจสอบโครงสร้างที่ออกแบบไว้ตรวจปริมาณและตำแหน่งของเหล็กเสริม ตรวจสอบแบบเทคอนกรีตและอุปกรณ์อื่นๆให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

2.ตรวจสอบอุปกรณ์เทคอนกรีต ผนังเครื่องมือลำเลียง และควรดูด้านในของแบบเทคอนกรีต เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะเข้าไปผสมกับคอนกรีตที่จะเท เช่นเศษไม้หรือเศษดินโคลน เป็นต้น ด้านในของผนังเครื่องมือหรือแบบเทคอนกรีตดังกล่าว ควรทำให้ชื้นก่อนเพื่อป่องกันการดูดซับของน้ำจากคอนกรีตที่ท่อลำเลียงหรือเท

3.ในการที่จะเทบ่อหรือหลุม ควรจะเอาน้ำที่หลงเหลืออยู่ในบ่อออกก่อนแล้วจึงเทคอนกรีต และห้ามน้ำไหลลงไปในบ่อในตอนที่เทคอนกรีตหรือในขณะที่เทเพิ่งจะเสร็จใหม่ๆ

ข้อแนะนำ 

การเสริมเหล็กโดยการผูกและการวางตำแหน่วของเหล็กต้องทำให้มั่นใจว่ามีความแข็งแรงพอที่จะทำให้เหล็กไม่เลื่อนไปไหนใรขณะที่ทำการเมคอนกรีต ไม้แบบก็ต้องมีความแข็งแรงพอเช่นกัน เศษไม้ หรือ เศษดิน โคลน ที่จะสามารถตกค้างอยู่ข้างในตามผนังของเครื่องมือลำเลียงหรือในตัวแบบ ถ้ามีวัสดุเหล่านี้ปะปนเข้าไป ก็จะเกิดผลเสียต่อกำลังของคอนกรีตเช่นกัน การดูดซับน้ำจากคอนกรีตที่ผนังเครื่องมือแบบเทคอนกรีตหรือผนังเครื่องมือลำเลียง ในขณะที่มีการเทคอนกรีต เมื่อแกะแบบแล้วจะทำให้ผิวคอนกรีตไม่เรียบ จึงควรทำให้ผนังเหล่านั้นมีความชื้นก่อนการที่จะเทคอนกรีต แต่ไม่ควรทำให้เปียกจนเกินไปจนมีน้ำขังอยู่ในแบบ

การที่ลำเลียงคอนกรีจผ่านท่อคอนกรีตไปในระยะทางไกลๆ ควรที่จะมีการส่งมอร์ต้าร์นำไปก่อน มอร์ต้าที่ใช้ส่งนำไปควรเป็นมอร์ต้าที่มีส่วนผสมเหมือนๆกับมอร์ต้าร์ที่จะใช้เทในคอนกรีตทั้งนี้เพื่อนที่จะป้องกันการสูญเสียของมอร์ต้าร์ที่จะไปเคลือบในผนังด้านในของท่อลำเลียงคอนกรีตในช่วงต้นๆ

คอนกรีตที่มีการแข็งตัวแล้วการเคอนกรีตลงบนพื้นคอนกรีตเดิม ควรเทมอร์ต้าร์ที่มี่ส่วนผสมเหมือนกับมอร์ต้าร์ในการเทคอนกรีตลงไปก่อน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การยึดเกาะระหว่างคอนกรีตเดิมกันคอนกรีตที่เทใหม่ ส่วนผสมของคอนกรีตจะเปลี่ยนไปเพราะน้ำที่หลงเหลืออยู่ในบ่อที่จะเทคอนกรีต ซึ่งจะส่งผลให้กำลังของคอนกรีตและความทนทานของคอนกรีตลดลง ดังนั้นจึงควรไล่น้ำออกไปก่อนที่จะทำการเทคอนกรีตครั้งใหม่ ในช่วงที่คอนกรีตยังไม่แข็งตัวหรือในช่วงที่เทคอนกรีต ควรระวังอย่างให้น้ำที่ไหลผ่านคอนกรีตน้ำจะกัดเซาะมอร์ต้าร์ออกจากผิวหน้าคอนกรีตได้ ซึ่งจะทำให้ความทนทานในบริเวณที่มีน้ำลดลงและทำให้คอนกรีตไม่สวยอีกด้วย

การเทคอนกรีต 

การเทคอนกรีตควรมีการวางแผนการเทเพื่อให้เทได้อย่างต่อเนื่อง และได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ทำให้งานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมีปัญหาตามมาด้วย การเทคอนกรีตที่มีส่วนผสมของคอนกรีตสม่ำเสมอคือการเทคอนกรีตที่ดี ทำให้ไม่เกิดรูพรุนและไม่เกิดการแยกตัวของคอนกรีต

ข้อควรระวังไม่ควรเทคอนกรีตให้โดนโดยตรงกับเหล็กเสริมหรือข้างแบบกั้นคอนกรีต ควรเทน้ำคอนกรีตลงมาตรงๆ และห้ามให้คอนกรีจไหลไปในระยะทางไกลในแนวราบ ยกเว้นในกรณีที่มีการไหลของคอนกรีต ซึ่งจะถูกออกแบบโดยให้มีการควบคุมการแยกตัวของคอนกรีต จะต้องมีการแก้ไขทันที ถ้าหากพบว่ามีการแยกตัวของคอนกรีตหลังจากการเท คอนกรีตผสมเสร็จ ราคา

  การแบ่งคอนกรีตออกเป็นชั้นๆต่อเนื่องกัน ควรเทคอนกรีตในชั้นบนก่อนที่คอนกรีตชั้นข้างล่างจะเริ่มก่อตัวขึ่นมา การเทคอนกรีตในกรณีที่ความสูงไม่มากควรจะเทคอนกรีตโดยปล่อยให้ตัวคอนกรีตตกอิสระจากที่สูงสุดของแบบที่ว่างเอาไว้ แค่ควรใช้วิธีการดังนี้ เช่น ใช้สายพาน รางเท ท่อต่อ หรือถัง ระยะการตกจากที่สูงของคอนกรีตที่ดีควรไม่เกิร 1.5 เมตร หากพบเจอการเยิ้มของคอนกรีตระหว่างการเท ควรจะหยุดการเทคอนกรีตจนกว่าจะเอาน้ำที่เยิ้มออกมาบนผิวคอนกรีตให้ออกหมดก่อนจึงจะเทคอนกรีตทับในชั้นต่อไป  คอนกรีตผสมเสร็จ ราคา

คอนกรีตผสมเสร็จ

คอนกรีตที่คนนิยมใช้ทั่วไป กำลังอัดคอนกรีต พัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ ใช้ระยะเวลา 28 วัน นับตั้งแต่เริ่มการผลิต  ถูกออกแบบให้มีกำลังอัด (KSC) 180-400 กก./ตร.ซม.  (ดูการบ่มคอนกรีต ที่นี่)   เหมาะสำหรับการนำคอนกรีตไปใช้ในงานโครงสร้างทั่วๆไป ได้แก่ คาน ฐาน เสา พื้น ราก และควรเลือกกำลังอัดของคอนกรีตให้เหมาะกับการใช้งาน ควรมีขั้นตอนการเตรียมการและการทำงานในพื้นที่ตามมาตราฐาน จะทำให้งานพื้น ใช้งานได้นานขึ้นและมีคุณภาพ

กำลังอัด หรือ KSC ทุกคนคงไม่ทราบว่าคืออะไร หมายถึง หมายถึง Kilogram per Square Centimeter หรือ กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร มีสองรูปแบบคือ cube หรือ Cylinder 2หน่วยนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้หน้างาน ว่าจะมีการเก็บปูนแบบไหน เช่น คอนกรีต ZBDM24A000 หมายถึง คอนกรีตที่มีกำลังอัด 240ksc (Cube) หรือ 210 ksc (Cylinder นั่นเอง)

คุณสมบัติ

  • กำลังอัดของคอนกรีตมีให้เลือกใช้งาน ตั้งแต่ 180-400 กก./ตร.ซม. ทรงลูกบาศก์
  • ลดปัญหาการผสมด้วนตัวเองหรือผสมมือทำให้ส่วนผสมของคอนกรีตไม่แน่นอน และ ทำให้คอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน กำลังอัด ไม่เป็นตามที่ออกแบบไว้
  • ค่ายุบตัวของคอนกรีตผสมเสร็จมี 3 ระดับ สามารถเลือกใช้งานตามลักษณะของโครงสร้าง และ วิธีการเท

         1) 7.5 +/- 2.5ซม.    2) 10.0 +/- 2.5ซม.    3) 12.5 +/- 2.5ซม.

ตารางค่าการยุบตัวของคอนกรีต สำหรับโครงสร้างต่างๆ

ประเภทของโครงสร้าง ค่าการยุบตัว ( ซม.)
ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด
งานฐานราก กำแพง  คอนกรีตเสริมเหล็ก

งานฐานรากคอนกรีตไม่เสริมเหล็ก งานก่อสร้างใต้น้ำ

งานพื้น  คาน   และผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานพื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานคอนกรีตขนาดใหญ่

8.0

8.0

10.0

10.0

8.0

5.0

2.0

2.0

2.0

2.0

2.0

2.0

คำแนะนำในและข้อควรระวัง

  • การเลือกคอนกรีตสำหรับการใช้งานโครงสร้างพื้น ต้องมีกำลังอัด ที่เหมาะกับการใช้งานและขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการเทและต้องทำงานเทพื้นที่ถูกต้องตามมาตราฐาน เพื่อให้งานได้คุณภาพและใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น

ขนาดของรถคอนกรีตผสมเสร็จ

  • รถคอนกรีตผสมเสร็จโม่เล็ก  กว้าง 2.5ม. สูง 2.8ม. ยาว 5.5ม. บรรจุคอนกรีตได้มากสุด 2 คิว/เที่ยว ทางเข้า ต้องกว้างอย่างน้อย 3 ม. ระวังสายไฟและสายโทรศัพท์ ควรมีความสูงเกิน 3ม. ถนนควรเป็นดินที่อัดแน่น หรือ คอนกรีต
  • รถคอนกรีตผสมเสร็จโม่ใหญ่  กว้าง 3ม.  สูง 4ม. ยาว 8ม. บรรจุคอนกรีตได้มากสุด 5 คิว/เที่ยว ทางเข้า ต้องกว้างอย่างน้อย 4 ม. ถ้าเป็นโค้งหักศอกต้องกว้างอย่างน้อย 6ม. ระวังสายไฟและสายโทรศัพท์ ควรมีความสูงเกิน 4ม. ถนนควรเป็นดินที่อัดแน่น หรือ ถนนคอนกรีต

คอนกรีตผสมเสร็จ KSC คืออะไร ?

กำลังอัดของคอนกรีตหรือ KSC ย่อมาจาก Kilogram per Square Centimeter หรือ กิโลกรัม ต่อตารางเซนติเมตร หรือ กก./ตร.ซม.

กำลังอัดของคอนกรีตคือความแข็งแรงของพื้นผิวเป็นเรื่องที่สำคัญมากหากนำมาใช้กำลังอัดที่ไม่ถูกต้องก็จะเกิดปัญหาตามมาจึงต้องควบคุมคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จ ที่นำมาใช้งานให้เหมาะสมกับโครงสร้างงานในแต่ละประเภท การอ้างอิงจากค่ากำลังอัดมาขากรูปทรงของคอนกรีต ที่ใช้ในการทดสอบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบอเมริกาที่เป็นทรงลูกบาศก์ (Cube) และ แบบอังกฤษที่เป็นทรงกระบอก (Cylinder)

ในประเทศไทยคอนกรีตผสมเสร็จที่นิยมใช้กันทั่วไปจะใช้มาตรฐานแบบอเมริกา หรือแบบทรงลูกบาศก์ (Cube) อ้างอิงจากกำลังรับแรงอัด ยกตัวอย่าง คอนกรีต ZBDM24A000 หมายถึง คอนกรีตที่มีกำลังอัด 240 KSC (Cube) หรือ 210 KSC (Cylinder)

 
การเท คอนกรีต สำหรับอากาศร้อน (อุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส)

โดยทั่วไปการเทคอนกรีต อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างน้ำกับปูนซีเมนต์ อยู่ระหว่าง 16-32 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้แล้ว ถือว่าเป็นอากาศร้อนสำหรับการปฏิบัติงานคอนกรีต การเทคอนกรีตในขณะที่อากาศร้อน เป็นปัญหาสำหรับประเทศในภูมิศาสตร์เขตร้อนอย่างประเทศไทย การที่อุณหภูมิสูง จะทำให้น้ำภายในคอนกรีตระเหยเร็วมาก ปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างน้ำกับปูนซีเมนต์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการแข็งตัวของคอนกรีตจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้คอนกรีตเกิดการแตกร้าวที่ผิว Plastic Shrinkage Crack การแต่งผิวหน้ายากขึ้น รวมถึงทำให้เกิดรอยต่อขณะเทคอนกรีต Cold Joint ได้ง่าย การเพิ่มปริมาณน้ำในส่วนผสมไม่ใช่วิธีที่ดี เพราะทำให้กำลังของคอนกรีตลดลง

ข้อแนะนำในการผสม คอนกรีต ให้มีคุณภาพดีในขณะอากาศร้อน คือ
  1. ควรป้องกันวัสดุผสมมิให้กระทบกับแสงแดดโดยตรง หรือฉีดพ่นน้ำเพื่อลดความร้อน ในขณะลำเลียงวัสดุเข้าสู่เครื่องผสม
  2. น้ำที่ใช้ผสมคอนกรีตผสมเสร็จ ควรทำให้เย็น โดยการผสมน้ำแข็งลงไป ช่วยลดอุณหภูมิได้เป็นอย่างมาก
  3. พ่นน้ำบนแบบหล่อ เหล็กเสริม และผิวพื้นดิน ก่อนการเทคอนกรีต เพื่อลดความร้อนให้ระเหยออกไปก่อน และช่วยป้องกันการดูดซับน้ำจากคอนกรีต
  4. ควรเทคอนกรีตผสมเสร็จต่อเนื่องตลอดทั้งพื้นที่ และเทคอนกรีตต่อกับคอนกรีตที่ยังคงสภาพเหลว ห้ามเทคอนกรีตต่อกับคอนกรีตซึ่งเททิ้งไว้นานเกิน 30 นาที เพราะจะเกิดรอยต่ออันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ขณะเทคอนกรีต Cold Joint 
  5. ตบแต่งผิวหน้าคอนกรีตผสมเสร็จที่เทแล้วทันทีที่เทเสร็จ และป้องกันแสงแดดในขณะแต่งผิว
  6. ทำการบ่มคอนกรีตโดยพ่นน้ำบนผิวคอนกรีต หลังจากคอนกรีตได้อายุ 24 ชั่วโมง อุณหภูมิของน้ำที่นำมาใช้บ่ม ไม่ควรต่างจากอุณหภูมิของคอนกรีตมากนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดการแตกร้าวได้ จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
  7. ใช้สารเคมีผสมเพิ่มในคอนกรีต ประเภทสารหน่วงการแข็งตัว Retarders เพื่อยืดระยะเวลาการแข็งตัวของคอนกรีตให้นานขึ้น ซึ่งสามารถยืดระยะเวลาการทำงานจาก 45 นาที เป็น 1 1/2 ชั่วโมง หรือ 2 เท่าของคอนกรีตที่ไม่ผสมน้ำยาหน่วงการแข็งตัว
https://www.facebook.com/Naichangnetwork