คอนกรีตผสมเสร็จ

TPI คอนกรีต

คอนกรีตผสมเสร็จ

QMIX คอนกรีต 240 KSC (CUBE) / 210 KSC (CY)

฿1,850.00

คอนกรีตผสมเสร็จ

vr คอนกรีต

คอนกรีตผสมเสร็จ

S.V. คอนกรีต

คอนกรีตผสมเสร็จ

cpac

คอนกรีตมิกซ์ หรือ คอนกรีตผสมเสร็จ

คอนกรีตที่คนนิยมใช้ทั่วไป กำลังอัดคอนกรีต พัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ ใช้ระยะเวลา 28 วัน นับตั้งแต่เริ่มการผลิต  ถูกออกแบบให้มีกำลังอัด (KSC) 180-400 กก./ตร.ซม.  (ดูการบ่มคอนกรีต ที่นี่)   เหมาะสำหรับการนำคอนกรีตไปใช้ในงานโครงสร้างทั่วๆไป ได้แก่ คาน ฐาน เสา พื้น ราก และควรเลือกกำลังอัดของคอนกรีตให้เหมาะกับการใช้งาน ควรมีขั้นตอนการเตรียมการและการทำงานในพื้นที่ตามมาตราฐาน จะทำให้งานพื้น ใช้งานได้นานขึ้นและมีคุณภาพ

กำลังอัด หรือ KSC ทุกคนคงไม่ทราบว่าคืออะไร หมายถึง หมายถึง Kilogram per Square Centimeter หรือ กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร มีสองรูปแบบคือ cube หรือ Cylinder 2หน่วยนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้หน้างาน ว่าจะมีการเก็บปูนแบบไหน เช่น คอนกรีต ZBDM24A000 หมายถึง คอนกรีตที่มีกำลังอัด 240ksc (Cube) หรือ 210 ksc (Cylinder นั่นเอง) 

คุณสมบัติ

  • กำลังอัดของคอนกรีตมีให้เลือกใช้งาน ตั้งแต่ 180-400 กก./ตร.ซม. ทรงลูกบาศก์
  • ลดปัญหาการผสมด้วนตัวเองหรือผสมมือทำให้ส่วนผสมของคอนกรีตไม่แน่นอน และ ทำให้คอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน กำลังอัด ไม่เป็นตามที่ออกแบบไว้
  • ค่ายุบตัวของคอนกรีตผสมเสร็จมี 3 ระดับ สามารถเลือกใช้งานตามลักษณะของโครงสร้าง และ วิธีการเท

         1) 7.5 +/- 2.5ซม.    2) 10.0 +/- 2.5ซม.    3) 12.5 +/- 2.5ซม.

ตารางค่าการยุบตัวของคอนกรีต สำหรับโครงสร้างต่างๆ

ประเภทของโครงสร้าง

ค่าการยุบตัว ( ซม.)

ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด
งานฐานราก กำแพง  คอนกรีตเสริมเหล็ก

งานฐานรากคอนกรีตไม่เสริมเหล็ก งานก่อสร้างใต้น้ำ

งานพื้น  คาน   และผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานพื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

งานคอนกรีตขนาดใหญ่

8.0

8.0

10.0

10.0

8.0

5.0

2.0

2.0

2.0

2.0

2.0

2.0

คำแนะนำในและข้อควรระวัง

  • การเลือกคอนกรีตสำหรับการใช้งานโครงสร้างพื้น ต้องมีกำลังอัด ที่เหมาะกับการใช้งานและขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการเทและต้องทำงานเทพื้นที่ถูกต้องตามมาตราฐาน เพื่อให้งานได้คุณภาพและใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น

ขนาดของรถคอนกรีตผสมเสร็จ

  • รถคอนกรีตผสมเสร็จโม่เล็ก  กว้าง 2.5ม. สูง 2.8ม. ยาว 5.5ม. บรรจุคอนกรีตได้มากสุด 2 คิว/เที่ยว ทางเข้า ต้องกว้างอย่างน้อย 3 ม. ระวังสายไฟและสายโทรศัพท์ ควรมีความสูงเกิน 3ม. ถนนควรเป็นดินที่อัดแน่น หรือ คอนกรีต
  • รถคอนกรีตผสมเสร็จโม่ใหญ่  กว้าง 3ม.  สูง 4ม. ยาว 8ม. บรรจุคอนกรีตได้มากสุด 5 คิว/เที่ยว ทางเข้า ต้องกว้างอย่างน้อย 4 ม. ถ้าเป็นโค้งหักศอกต้องกว้างอย่างน้อย 6ม. ระวังสายไฟและสายโทรศัพท์ ควรมีความสูงเกิน 4ม. ถนนควรเป็นดินที่อัดแน่น หรือ ถนนคอนกรีต 

คอนกรีตผสมเสร็จ KSC คืออะไร ?

กำลังอัดของคอนกรีตหรือ KSC ย่อมาจาก Kilogram per Square Centimeter หรือ กิโลกรัม ต่อตารางเซนติเมตร หรือ กก./ตร.ซม.

กำลังอัดของคอนกรีตคือความแข็งแรงของพื้นผิวเป็นเรื่องที่สำคัญมากหากนำมาใช้กำลังอัดที่ไม่ถูกต้องก็จะเกิดปัญหาตามมาจึงต้องควบคุมคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จ ที่นำมาใช้งานให้เหมาะสมกับโครงสร้างงานในแต่ละประเภท การอ้างอิงจากค่ากำลังอัดมาขากรูปทรงของคอนกรีต ที่ใช้ในการทดสอบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบอเมริกาที่เป็นทรงลูกบาศก์ (Cube) และ แบบอังกฤษที่เป็นทรงกระบอก (Cylinder) 

ในประเทศไทยคอนกรีตผสมเสร็จที่นิยมใช้กันทั่วไปจะใช้มาตรฐานแบบอเมริกา หรือแบบทรงลูกบาศก์ (Cube) อ้างอิงจากกำลังรับแรงอัด ยกตัวอย่าง คอนกรีต ZBDM24A000 หมายถึง คอนกรีตที่มีกำลังอัด 240 KSC (Cube) หรือ 210 KSC (Cylinder)

 (ดูการเลือกกำลังอัดที่เหมาะสม ที่นี่)

——————————————————————————————————————————————————————————-

การเทคอนกรีต และการทำให้แน่น

การทำให้คอนกรีตแน่นและการเทคอนกรีตแบบ Placing เป็นงานที่ควรทำคู่กันตลอดเวลา โดยวัตถุประสงค์หลักๆของการเทคอนกรีตนั้น คือ การป้องกันการแยกตัวของคอนกรีตและ ทำให้เนื้อคอนกรีตที่เทลงไปแน่นโดยทั่ว การเทคอนกรีตอย่างถูกวิธีและการทำให้แน่นและเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ มีเทคนิคดังต่อไปนี้

1.การใช้เครื่องสั่นคอนกรีตเป็นการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของคอนกรีต
2. การเทคอนกรีตควรเททีละชั้น ให้สม่ำเสมอ ไม่ลาดเอียง ห้ามเทสุมเป็นกอง
3. การเทคอนกรีตแต่ละชั้นความหนา ควรเหมาะกับกำลังใช้งานของเครื่องสั่นคอนกรีต  เพื่อไล่ฟองออกาศออกจาดส่วนล่างของแต่ละชั้น
4. การเทคอนกรีตสำหรับผนัง เทคอนกรีตให้หนาเป็นชั้น ความหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 30-45 ซม. ควรเทจากจุดท้ายสุดของแบบผนัง หรือ เทจากมุมก่อน
5.การสั่นคอนกรีตและอัตราการเทของคอนกรีต ควรสมดุลกัน
6. การเทคอนกรีตในแต่ละชั้นควรสั่นให้แน่นก่อน ก่อนที่จะเทคอนกรีตในชั้นถัดไป
7. การเทคอนกรีตงานโครงสร้างในแนวดิ่ง เช่น เสา ผนัง ไม่ควรเทคอนกรีตเร็วกว่า ความสูง 2 เมตร ต่อชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยขณะเทคอนกรีต ควรเทคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง
8. หลีกเลี่ยงในการเทเสาคอนกรีตกระทบกับแบบหล่อหรือเหล็กเสริมโดยตรง กรณีโครงสร้างที่มีความสูง เช่น เสา ผนัง คานลึก ปล่องลิฟท์ ควรใช้ท่อเทคอนกรีต เพื่อป้องกันการแยกตัวของคอนกรีต

9.โดยทั่วไปแล้วการเทคอนกรีตควรเทลงในแนวดิ่ง แต่สำหรับการเทในแนวนอน หรือ การเทคอนกรีตแนวลาดเอียงนั้น ต้องเทจุที่ต่ำสุดก่อน แล้วค่อยให้ตัวคอนกรีตนั้นดันตัวขึ้นมาตามแบบหล่อที่สร้างไว้และควรเทอย่างต่อเนื่อง
10. ระยะตกอิสระของคอนกรีตผสมเสร็จไม่ควรอยู่สูงกว่า 1.5 ม.
11. ถ้าต้องการที่จะหล่อคอนกรีต งานโครงสร้างพร้อมกัน เสา ผนัง คาน และพื้น สามารถทำได้โดยต้องเทาคอนกรีตในส่วนของเสาและผนัง ไว้ก่อน ประมาณ 2ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงเทคอนกรีตในส่วนคานและพื้นต่อไปได้ ข้อควรระวัง ห้ามให้กระทบกระเทือยต่อคอนกรีตที่ยังไม่แข็งตัวดี

(ดูการเทคอนกรีตในกรณี ที่อุณหภูมิ ประมาณ 32 องศาเซลเซียส หรือ อากาศร้อน ที่นี่)

https://www.facebook.com/Naichangnetwork

——————————————————————————————————————————————————————————-